Sunday, 3 July 2022

7 วิธีการเลือกซื้อเนื้อสัตว์ที่ถูกต้อง

ช่วงฤดูร้อนเป็นเวลาที่ยอดเยี่ยมสำหรับการย่างเนื้อและทำบาร์บีคิว – การเลือกซื้อเนื้อสัตว์ที่เหมาะสมจะทำให้งานปาร์ตี้กลางแจ้งของคุณมีความสมบูรณ์แบบ แต่มันอาจเป็นเรื่องยากที่จะเลือกเนื้อสัตว์ที่ดีที่สุดเพื่อเติมเต็มรสชาติอาหารของคุณ.

แอดจึงนำบทความจาก Bright Side มาแนะนำ เพราะทางเว็บได้รวบรวมคำแนะนำ 7 ข้อจากพ่อครัวมืออาชีพ ไว้เพื่อช่วยให้คุณเลือกเนื้อสัตว์ที่อร่อยที่สุดสำหรับมื้ออาหารครั้งนี้ ไปดูกันดีกว่าว่ามีอะไรบ้าง?

1.เนื้อมีความหนาแน่น แข็งแรง

7 วิธีการเลือกซื้อเนื้อสัตว์ที่ถูกต้อง
รูปภาพจาก : Bright Side

เนื้อที่เราเลือกซื้อนั้น เมื่อเราจับ จะรู้สึกชิ้นเนื้อมีความแน่นสม่ำเสมอกันทุกส่วน พ่อครัวมืออาชีพแนะนำว่าเนื้อเย็นไม่ควรนุ่ม ไขมันมีความมั่นคง เมื่อเนื้อถูกแช่เย็น ดังนั้นเนื้อสัตว์ที่จัดเก็บอย่างเหมาะสมจึงควรมีความแข็ง แน่นอย่างสม่ำเสมอ จะไม่มีส่วนใดที่นุ่ม อีกส่วนหนึ่งแข็ง

กฎของการเลือกซื้อเนื้อสัตว์ที่บรรจุหีบห่อแล้ว จำไว้ว่า มันควรมีความหนาแน่นและแห้งไม่มีน้ำใดๆ

2.เนื้อมีสีแดง

7 วิธีการเลือกซื้อเนื้อสัตว์ที่ถูกต้อง
รูปภาพจาก : Bright Side

พ่อครัวเตือนว่า สีของเนื้อสัตว์ควรมองเห็นได้ง่ายและควรปรากฏทั่วทั้งชิ้น เนื้อสัตว์ที่เหมาะสมจะต้องไม่มีสีน้ำตาลหรือสีเทาแม้แต่บนขอบของชิ้นเนื้อส่วนใด

ข้อควรระมัดระวังเป็นพิเศษ เมื่อซื้อเนื้อสัตว์ที่บรรจุหีบห่อ ตรวจสอบทุกด้านของบรรจุภัณฑ์ให้ดีว่ามีร่องรอยฉีกขาดหรือไม่

3.ตรวจสอบที่มาของเนื้อ

7 วิธีการเลือกซื้อเนื้อสัตว์ที่ถูกต้อง
รูปภาพจาก : Bright Side

พยายามค้นหาสถานที่หรือที่มาของสัตว์เลี้ยงเหล่านี้ด้วย คุณอาจได้รับข้อมูลนี้ในแพ็คเกจหรือคุณสามารถถามคนขายเนื้อ ผู้เชี่ยวชาญยอมรับว่า วัวที่กินหญ้าสีเขียวให้รสชาติเนื้อที่ดีที่สุดพร้อมกับไขมันที่ดี.

4.คุณต้องการอะไรจากการซื้อในครั้งนี้?

คุณต้องการอะไรจากการซื้อในครั้งนี้
รูปภาพจาก : Bright Side

ก่อนที่จะซื้อเนื้อให้เลือกเมนูของคุณมาแล้วล่วงหน้า ถ้าเราซื้อเนื้อราคาถูกมา เราอาจจะต้องเตรียมการในการทำอาหารนานยิ่งขึ้นไปอีก แต่อย่างไรก็ตามมันก็มีประโยชน์ เมื่อคุณต้องเตรียมอาหารล่วงหน้าและเก็บไว้ในตู้เย็น มันจะช่วยให้คุณมีประสบการณ์มากขึ้นและทำได้ดีขึ้นจากเดิม.

พ่อครัวแนะนำให้ทำน้ำซุปไก่ที่อร่อยจากกระดูกของมัน และอย่าลังเลที่จะทดลองซื้อไก่มาแบบทั้งตัว แล้วตัดเนื้อมันด้วยตัวเอง สิ่งนี้จะช่วยให้คุณได้รับชิ้นส่วนของเนื้อที่ดีสำหรับการประกอบอาหารในเมนูที่แตกต่างกัน.

5.สีและตำแหน่งของไขมัน

7 วิธีการเลือกซื้อเนื้อสัตว์ที่ถูกต้อง
รูปภาพจาก : Bright Side

นี่คือบางสิ่งที่คุณต้องรู้เกี่ยวกับไขมันบนเนื้อ เคล็ดลับจากพ่อครัวมืออาชีพจะช่วยให้คุณเลือกเนื้อสัตว์ที่ดีที่สุดสำหรับการปรุงอาหารของคุณได้

พ่อครัวเรียกไขมันที่กระจายนี้ว่า “หินอ่อน” พวกเขาบอกว่าหินอ่อนให้เนื้อที่มีรสชาติที่ลึกกว่า อย่างไรก็ตาม ถ้าหากเนื้อของเรามีหินอ่อนมากเกินไปก็จะทำให้เนื้อเหนียว ชิ้นเนื้อที่มีลายหินอ่อนที่สวยงามก็อย่างเช่น ทาร์ทาร์ หรือ คาร์ปาชโช
ไขมันจากเนื้อสัตว์ที่ยังอยู่ในวัยเด็กหรือหนุ่มสาวจะเป็นสีขาว และถ้ามีอายุหน่อยก็จะเป็นสีเหลือง ผู้เชี่ยวชาญระบุว่าเนื้อสัตว์จากสัตว์ที่มีอายุมากกว่าจะมีรสชาติที่ลึกกว่า แม้ว่ามันจะอ่อนนุ่มน้อยกว่า
การเคลือบไขมันด้วยตัวช่วย (เช่น เนย) นั้นจะช่วยให้ความชุ่มฉ่ำของเนื้อสัตว์

6.ราคาก็สำคัญเช่นกัน

7 วิธีการเลือกซื้อเนื้อสัตว์ที่ถูกต้อง
รูปภาพจาก : Bright Side

เนื้อสัตว์ราคาถูกค่อนข้างบ่อยมันเหมือนกับคุณกำลังจ่ายเงินเพื่อซื้อน้ำทะเลกลับมา ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้เลือกเนื้อสัตว์ที่มีราคาแพงและคุณภาพสูง พวกเขาบอกว่าสัดส่วนเนื้อสัตว์โดยประมาณสำหรับแต่ละคนควรอยู่ที่ 120-200 กรัมต่อจาน แต่ก็ขึ้นอยู่กับเนื้อสัตว์และประเภทของอาหารที่คุณทำด้วย.

7.เป็นมิตรกับคนขายเนื้อเจ้าประจำของคุณ

7 วิธีการเลือกซื้อเนื้อสัตว์ที่ถูกต้อง
รูปภาพจาก : Bright Side

หากคุณเป็นผู้ที่ชื่นชอบการกินเนื้อสัตว์ และเป็นผู้ซื้อเนื้อสัตว์อยู่เป็นประจำ ให้หาคนขายเนื้อที่ดีๆและเป็นเพื่อนกับเขา การรู้จักคนขายเนื้อด้วยชื่อและการพูดคุยเล็ก ๆ กับพวกเขาจะทำให้เขาให้คำแนะนำที่เป็นประโยชน์ในการซื้อของคุณ.

โบนัส: หากคุณต้องซื้อเนื้อสัตว์ในต่างประเทศ!

7 วิธีการเลือกซื้อเนื้อสัตว์ที่ถูกต้อง
รูปภาพจาก : Bright Side

บางครั้งตัวเลือกของผลิตภัณฑ์จากเนื้อสัตว์ไม่ได้มีเพียงแค่รสชาติ คุณภาพ และราคาเท่านั้น แต่ยังรวมถึงกฎระเบียบทางศาสนาและวัฒนธรรมด้วย ชาวยิว มุสลิม และคริสเตียนแยกสัตว์ออกเป็น “สะอาด” และ “ไม่สะอาด” โดยสังเกตจากการถูกฆ่าอย่างเช่น ใน โรงฆ่าสัตว์ เห็นได้ชัดว่าบางครั้งกรรมวิธีเหล่านี้”สกปรก” เนื้อสัตว์พวกนี้จึงถูกห้ามรับประทาน (ตัวอย่างเช่นหมูและอูฐไม่ได้รับการต้อนรับให้เป็นอาหาารบนโต๊ะในประเทศอิสราเอล)

นักวิจัยเชื่อว่าการแบ่งแยกทางวัฒนธรรมเหล่านี้ เกิดจากเทคโนโลยีทางการเกษตรในท้องถิ่น เช่นเดียวกับภัยคุกคามที่อาจเกิดจากโรคที่สามารถแพร่กระจายได้โดยเนื้อสัตว์ จึงต้องมีการตั้งกฏเหล่านี้ขึ้นมา.

ข้อมูลและรูปภาพจาก : Bright Side