Friday, 9 December 2022

การดูแลรักษาและขยายพันธุ์พืชอวบน้ำ

พืชอวบน้ำเป็นต้นไม้ที่สวยงาม และปรับตัวเข้ากับสภาวะแวดล้อมที่แห้งแล้งได้ตามธรรมชาติ โดยพัฒนาใบหรือลำต้นให้หนาและอวบน้ำเพื่อเก็บรักษาความชื้น พืชอวบน้ำมีหลายประเภท (รวมทั้งกระบองเพชร) เหมาะที่จะปลูกเป็นไม้ประดับในบ้านเพราะดูแลง่าย

พืชอวบน้ำบางชนิดอาจปลูกไว้กลางแจ้งได้ แต่พวกที่มีใบอ่อนนุ่มอาจจะต้องปลูกเอาไว้ในโรงเรือนหรือมีพลาสติกบังเพื่อป้องกับฝนตกหนักที่อาจจะก่อความเสียหายให้กับต้นพืช

ต้น haworthia fasciata
ต้น haworthia fasciata
(ภาพโดย Екатерина Киселёва จาก Pixabay)

กุหลาบหิน (Sedum) บางสายพันธุ์ ซึ่งพบในป่าตามซอกผาหรือโขดหิน มักมีสีสันสวยงามและรูปร่างแปลกตาเหมาะที่จะนำมาประดับสวนหิน

พืชอวบน้ำที่อยู่ในร่มมักต้องการแสงมาก จึงควรหันกระถางเป็นครั้งคราวเพื่อให้ต้นไม้ได้รับแสงทุกด้าน ส่วนใหญ่ชอบอากาศแห้งแต่อบอุ่น ในขณะที่บางชนิดอาจต้องการอากาศเย็นบางช่วงเพื่อกักตัว

มูนสโตน (moonstone) Pachyphytum oviferum เป็นพืชอวบน้ำชนิดหนึ่งที่มีใบสีเขียวจาง รอบๆขอบใบเป็นสีชมพูเรื่ออมเทา ให้ความรู้สึกเหมือนสีของดวงจันทร์ในบางขณะ ด้วยเหตุนี้จึงได้ชื่อว่า moonstone
มูนสโตน (moonstone) Pachyphytum oviferum เป็นพืชอวบน้ำชนิดหนึ่งที่มีใบสีเขียวจาง รอบๆขอบใบเป็นสีชมพูเรื่ออมเทา ให้ความรู้สึกเหมือนสีของดวงจันทร์ในบางขณะ ด้วยเหตุนี้จึงได้ชื่อว่า moonstone
(ภาพโดย TuJardínDesdeCero จาก Pixabay)

การให้น้ำพืช

ควรให้น้ำเป็นครั้งคราว ถ้ารดมากเกินไปอาจจะทำให้ต้นเน่าได้ น้ำฝนเป็นน้ำที่ดีที่สุด แต่น้ำประปาก็ใช้ได้ ควรให้น้ำตามปกติถ้าต้นไม้เจริญเติบโตดี ไม่ควรให้น้ำในระยะที่พืชกำลังพักตัว ให้รดน้ำพอชื้นๆกันดินแห้งก็พอ

การสาดน้ำไปที่พืชโดยตรง อาจจะทำให้พืชอวบน้ำเสียหายได้ เช่น ใบอาจจะด่างเป็นดวงหรือกระดำกระด่าง เพื่อป้องกันปัญหานี้อาจวางกระถางลงในน้ำลึก 5 เซนติเมตร เพื่อให้ดินดูดซับน้ำจนชื้นถึงปากกระถาง

ไม่ควรรดน้ำบ่อยๆ แม้ในขณะที่พืชกำลังเจริญเติบโตก็ตาม ควรให้น้ำเมื่อเครื่องปลูก เช่น ดิน ทราย แห้งสนิทเท่านั้น

พืชอวบน้ำที่โตเร็ว ควรได้ปุ๋ยมาตรฐาน เช่น ปุ๋ยน้ำ เดือนละครั้งในระหว่างที่พืชกำลังเจริญเติบโต

ว่านหางจระเข้ หรือ Aloe Vera
ว่านหางจระเข้ หรือ Aloe Vera
(ภาพโดย Marce Garal จาก Pixabay)

การขยายพันธุ์โดยใช้วิธีปักชำ

การขยายพันธุ์พืชอวบน้ำอาจใช้วิธีปักชำหรือเพาะเมล็ด ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับชนิดของพืช เมื่อตัดใบหรือลำต้นแล้วก็ควรทิ้งไว้ให้แห้งสัก 2-3 วัน แล้ววางใบบนผิวหน้าของเครื่องปลูก กดส่วนปลายของใบที่ตัดไว้มาลงในดิน ส่วนลำต้นก็ตัดออกและปักชำเช่นเดียวกันกับหน่อ พืชอวบน้ำที่ขึ้นเป็นกออาจแยกย่อยออกได้และนำไปเพาะลงกระถางทันที

การเพาะเมล็ด

สำหรับการเพาะเมล็ดอาจทำได้ตลอดทั้งปี ควรรองกระถางด้วยกรวดหรือหินภูเขาไฟ (Perlite) สูงประมาณ 1.5 เซนติเมตร เพื่อให้ช่วยในการระบายน้ำ หลังจากนั้นใส่เครื่องปลูก ซึ่งประกอบด้วย ทรายหยาบ 1 ส่วน และดินปลูก 3 ส่วนโดยปริมาตร

ต้น haworthia cymbiformis
ต้น haworthia cymbiformis
(ภาพโดย TuJardínDesdeCero จาก Pixabay)

นำเครื่องปลูกมาพรมน้ำให้ชื้นแล้วโรยทรายละเอียดทับหน้า โรยเมล็ดลงบนทราย (อย่าฝัง) ปิดปากกระถางด้วยพลาสติกหรือกระจก และทิ้งเอาไว้ที่อุณหภูมิประมาณ 18 องศาเซลเซียส ให้ห่างจากแสงโดยตรงจนกระทั่งเมล็ดเริ่มงอก ซึ่งใช้เวลาประมาณ 2-3 สัปดาห์หรือนานกว่านั้น ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับชนิดของพืช ให้ต้นกล้าได้รับแสงและอาจเปิดกระจกหรือพลาสติกออกเล็กน้อยเพื่อให้พืชสามารถหายใจได้ .