Thursday, 30 June 2022

ทำความรู้จักกับ คาร์เนชั่น หรือ ดอกผีเสื้อ (ไดแอนทัส)

คาร์เนชั่น หรือ ดอกผีเสื้อ (ไดแอนทัส) เป็นดอกไม้ที่มีความสวยงามอีกชนิดหนึ่ง มีหลายสายพันธุ์และมีสีสันที่หลากหลาย มีถิ่นกำเนิดแถบยุโรปตอนใต้ มีความทนทานในการบานสูง สามารถปลูกเป็นไม้ตัดดอกได้ดีในที่ที่อากาศหนาวเย็น และจะให้ดอกตลอดทั้งปี

คาร์เนชั่น หรือ ดอกผีเสื้อ (ไดแอนทัส)

คาร์เนชั่น หรือ ดอกผีเสื้อ (ไดแอนทัส)
ไดแอนทัส
ภาพโดย Kingrise จาก Pixabay

ชื่อ ‘ไดแอนทัส’ นั้นใช้ครอบคลุมกลุ่มต้นไม้ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีกว่าในชื่อสามัญที่เรียกว่า คาร์เนชั่น (Dianthus caryophyllus) ดอกผีเสื้อ (D. chinensis) ค็อทเทจพิ้งก์ (D. plumarius) และ สวีทวิลเลี่ยม (D. barbatus) ทุกพันธุ์ล้วนชอบแดดจัดและปลูกเพื่อชมดอกที่อยู่ทนซึ่งปลูกไว้เป็นไม้ตัดดอกได้ดีเช่นกัน

เวลาปลูกไดแอนทัส ให้ฝังเฉพาะลำต้นช่วงล่างเพียง 6 มิลลิเมตรเท่านั้น และดูให้ดีว่าใบด้านล่างอยู่เหนือระดับดิน การปลูกไดแอนทัสไว้ลึกจะทำให้ลำต้นมีโอกาสเน่าได้ง่าย

ถ้าต้นผีเสื้อที่ยังอ่อนไม่แตกกิ่งด้านข้าง ควรเด็ดตรงยอดของกิ่งหลักออกในช่วงต้นฤดูฝน และถ้าเป็นไปได้ให้เด็ดในตอนเช้าของวันที่มีอากาศชื้น การเด็ดยอดจะทำให้ต้นออกดอกช้า แต่ก็เป็นสิ่งที่จำเป็นเพื่อทำให้ต้นแข็งแรงและแตกเป็นพุ่ม

ว่าด้วยเรื่องชื่อ

ชื่อสามัญหลายชื่อของ ไดแอนทัส มีประวัติศาสตร์ย่อยๆแฝงอยู่ นับตั้งแต่ยุคคลาสสิก ดอกไม้ชนิดนี้ก็เป็นที่นิยมยกย่องทั้งในเรื่องของรูป กลิ่น ชื่อหลากหลายที่ตั้งให้นั้นบางทีก็หมายถึงพันธุ์ใดพันธุ์หนึ่ง ทั้ง คาร์เนชั่น (Coronation) , gillyflower , pink ล้วนคือ ไดแอนทัส ทั้งสิ้นรวมทั้ง cover pink และ sopsin-wine ซึ่งอาจได้ชื่อนี้มาจากการดื่มน้ำส้มสายชูที่จุ่มก้าน pink ลงไปเพื่อป้องกันโรคระบาด ชื่อ Sweet William นั้น เกี่ยวพันกับ วิลเลี่ยม ดยุคแห่งคัมเบอร์แลนด์ หลังชัยชนะในการรบที่คัลโลเดน ในปี 1746 ฝ่ายพวกจาโคไบต์ ซึ่งปราชัยก็แก้แค้นโดยการขนานนามต้น ragwort กลิ่นเหม็นที่พบทั่วไปว่า ‘Stiinking Billy’

คาร์เนชั่น หรือ ดอกผีเสื้อ ชนิดที่ปลูกง่าย

ปลูกคาร์เนชั่นหรือผีเสื้อ
Dianthus Armeria
ภาพโดย Goran Horvat จาก Pixabay

เพื่อจะได้ปลูกไดแอนทัสอย่างไร้ปัญหา ให้เลือกปลูกคาร์เนชั่นหรือผีเสื้อเป็นขอบแปลงจะดีกว่า คาร์เนชั่นปลูกบนที่สูง อากาศเย็น ส่วนผีเสื้อ ปลูกทั่วไปได้ตลอดทั้งปี ผีเสื้อนั้นจะปลูกได้ง่ายเป็นพิเศษ เนื่องจากไม่ต้องใช้ไม้หลักและไม่ต้องปลิดตาดอก

เคล็ดลับในการดูแลไดแอนทัส

ไดแอนทัสสีขาว
ไดแอนทัสสีขาว
ภาพโดย Federica Pagnotta จาก Pixabay

ปัจจุบันดอกผีเสื้อส่วนใหญ่สามารถกระตุ้นให้ออกดอกที่โรยออก อย่างไรก็ตามพันธุ์เก่าๆ บางพันธุ์ก็จะให้ดอกดกเพียงรอบเดียวในช่วงต้นฤดูหนาว บางครั้งกระตุ้นให้ออกดอกรอบสองได้ ถ้าตัดแต่งกิ่งให้สั้นเมื่อหมดดอกรอบแรกแล้ว

คาร์เนชั่นพันธุ์ที่ให้ดอกตลอดปีจะให้ดอกดีที่สุด ถ้าหากจำกัดความสูงและปลิดตาดอกเสียในช่วงแรกๆ การจำกัดความสูงหมายถึงการเด็ดยอดของกิ่งหลักเมื่อกิ่งนั้นมีใบ 8-10 คู่ให้เหลือใบเพียง 6 คู่ จากนั้นลำต้นส่วนล่างจะแตกกิ่งใหม่ๆขึ้นมา เมื่อตาดอกเริ่มแตก เราสามารถช่วยให้ตาดอกที่อยู่บนยอดบนสุดของกิ่งมีขนาดใหญ่ขึ้นได้โดยการปลิดตาดอกเล็กๆข้างล่างออก วิธีนี้เรียกว่า การปลิดตาดอกเพื่อให้ต้นใช้พลังงานทั้งหมดบำรุงดอกใหญ่เพียงดอกเดียวในแต่ละกิ่ง ถ้าคุณชอบให้ต้นมีดอกเล็กๆประปรายก็ให้ปลิดตาหลักออกแทน

วิธีทำให้คาร์เนชั่นแตกหน่อ

ขยายพันธุ์คาร์เนชั่นที่ปลูกเป็นแปลง
สวีทวิลเลี่ยม (D. barbatus)
ภาพโดย SanduStefan จาก Pixabay

ควรขยายพันธุ์คาร์เนชั่นที่ปลูกเป็นแปลงทุก 3 หรือ 4 ปีแต่ก็ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ วิธีการขยายพันธุ์ที่ง่ายที่สุดคือ การทำให้แตกหน่อในช่วงปลายฤดูร้อนหรือฤดูหนาว เลือกกิ่งที่ไม่มีดอกซึ่งยาวสัก 20-25 เซนติเมตร ปล่อยให้ติดอยู่กับต้น ลิดใบออกให้หมดเหลือเพียงใบบนสุดสัก 3-4 คู่ ใช้มีดปาดตื้นๆให้ยาวสัก 2.5 เซนติเมตร บริเวณกลางกิ่งใต้ข้อใบ ใช้นิ้วเขี่ยให้รอยปาดเปิดออกแล้วโน้มกิ่งลงโดยให้รอยปาดอยู่ด้านล่างแนบลงในหลุมตื้นๆที่ใส่ดินปลูก ทรายหยาบและพีท (peat เป็นเครื่องปลูกชนิดหนึ่งนำเข้าจากต่างประเทศ เป็นดินพรุที่ย่อยสลายแล้ว นำมาจากประเทศเดนมาร์กหรือแคนาดา) เอาไว้

ปล่อยให้ปลายโผล่ขึ้นเหนือดินและตรึงกิ่งให้อยู่กับที่ด้วยกิ๊บหนีบผมรูปตัวยูอันใหญ่หรือลวดดัดโค้ง หลังจากนั้น 6 สัปดาห์ ให้ดูว่ากิ่งนั้นแตกรากหรือยัง โดยค่อยๆแซะดินรอบกิ๊บหรือลวดนั้นออก ถ้าเห็นรากแตกออกมาแล้วให้กลบดินไว้ตามเดิมแล้วตัดกิ่งทางด้านที่ตรึงไว้ด้สยกิ๊บหรือลวด จากนั้นอีก 2 สัปดาห์จึงย้ายหน่อใหม่ไปปลูกไว้ในบริเวณที่ต้องการได้

หรือจะปักชำแทนก็ได้

ปักชำหลังจากต้นออกดอก
ผีเสื้อ
ภาพโดย Martin Pecar จาก Pixabay

กิ่งผีเสื้อนั้นผอมลีบทำให้ใช้วิธีแตกหน่อใหม่ได้ยาก จึงควรขยายพันธุ์ด้วยวิธีการปักชำมากกว่า ให้ปักชำหลังจากต้นออกดอก โดยตัดโคนกิ่งด้านข้างแล้วจึงตัดตรงใต้ใบสักคู่หนึ่งให้กิ่งมีขนาดยา 7.5-10 เซนติเมตร ลิดใบด้านล่างออกให้แต่ละกิ่งเหลือใบที่ยอดสัก 3-4 คู่ ปักกิ่งชำไว้ในกระถางบรรจุดินปลูกผสมพีทและทรายหยาบแล้ววางไว้ในโครงครอบ หลังจากนั้น 3 หรือ 4 สัปดาห์เมื่อกิ่งชำแตกรากแล้วก็สามารถปลูกแยกในกระถางเล็กๆซึ่งใส่ดินปลูกที่มีคุณภาพดีไว้

การดูแลไม่ให้โทรม : เคยเชื่อกันว่า ถ้าหากปลูกผีเสื้อต่างพันธุ์เอาไว้ด้วยกันแล้วดอกจะเสียรูปทรง และนานปีเข้าดอกก็จะเปลี่ยนไป เรื่องนี้เป็นความเชื่อแบบผิดๆ เพราะถึงแม้คุณจะปลูกผีเสื้อเพียงแค่สายพันธุ์เดียวแต่ไม่ได้ตัดดอกที่โรยแล้วทิ้ง เมล็ดก็อาจร่วงลงแล้วงอกออกมาเป็นต้นใหม่ รอบๆต้นเดิมได้ ต้นกล้าของผีเสื้อที่งอกมาใหม่นั้นไม่ค่อยจะเหมือนกับต้นแม่ จึงทำให้ดูเหมือนว่าผีเสื้อมีลักษณะเปลี่ยนไป ทั้งที่ความจริงก็คือต้นกล้าใหม่ซึ่งโตขึ้นข้างๆต้นเดิม

ถ้าคุณตัดดอกที่โรยแล้วทิ้งอย่างสม่ำเสมอคุณก็จะไม่พบปัญหาแบบนี้

เครดิตรูปภาพ : Pixabay